อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 31 มกราคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 115,053,572 โดส และทั่วโลกแล้ว 10,128 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 899.8 ล้านโดส โดยกรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนเข็ม 1 มากสุด (111.7%

Last updated: 2022-02-01  |  76 จำนวนผู้เข้าชม  | 

อว. เผยฉีดวัคซีนของไทย ณ วันที่ 31 มกราคม 2565 ฉีดวัคซีนแล้ว 115,053,572 โดส และทั่วโลกแล้ว 10,128 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง ส่วนอาเซียนฉีดแล้วทุกประเทศ รวมกันกว่า 899.8 ล้านโดส โดยกรุงเทพฯ ยังเป็นพื้นที่ฉีดวัคซีนเข็ม 1 มากสุด (111.7%

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยข้อมูลสถิติการฉีดวัคซีนโควิด-19 ทั่วโลกแล้ว 10,128 ล้านโดส ใน 205 ประเทศ/เขตปกครอง โดยขณะนี้อัตราการฉีดล่าสุดรวมกันทั่วโลกที่ 31.5 ล้านโดสต่อวัน และมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่สหรัฐอเมริกามีจำนวนการฉีดวัคซีนสูงที่สุดที่ 539 ล้านโดส โดยมีชาวอเมริกันกว่า 212 ล้านคนได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว"
ด้านอาเซียนขณะนี้ทุกประเทศได้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 แล้ว มียอดรวมกันที่ประมาณ 899.8 ล้านโดส โดยบรูไนฉีดวัคซีนในสัดส่วนประชากรมากที่สุดในภูมิภาค (94.8% ของประชากร) ในขณะที่อินโดนีเซียฉีดวัคซีนในจำนวนมากที่สุดที่ 316.9 ล้านโดส สำหรับประเทศไทยข้อมูล ณ วันที่ 30 มกราคม 2565 ได้ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 115,053,572 โดส โดยฉีดให้กับประชาชนมากที่สุดในสัดส่วนกว่า 64.77%

 ในการฉีดวัคซีน จำนวน 10,128 ล้านโดสนี้ อว. ขอรายงานสถิติที่สำคัญ คือ

1. ข้อมูลการฉีดวัคซีนล่าสุดของประเทศไทย ณ วันที่ 31 มกราคม 2565
จำนวนการฉีดวัคซีนสะสม 115,053,572 โดส ใน 77 จังหวัด แบ่งเป็น
-เข็มแรก 52,315,680 โดส (79% ของประชากร)
-เข็มสอง 48,603,421 โดส (73.4% ของประชากร)
-เข็มสาม 14,134,471 โดส (21.4% ของประชากร)

2. อัตราการฉีดวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ.-31 ม.ค. 65 พบว่า ประเทศไทยฉีดวัคซีนแล้ว 115,053,572 โดส ฉีดเพิ่มขึ้น 97,297 โดส (อัตราการฉีดล่าสุดเฉลี่ย 3 วันย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 64 ซึ่งเป็นการฉีดวัคซีนวาระแห่งชาติ 368,867 โดส/วัน

3. อัตราการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย
วัคซีน Sinovac
- เข็มที่ 1 22,875,622 โดส
- เข็มที่ 2 3,583,933 โดส
- เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน AstraZeneca
- เข็มที่ 1 13,719,297 โดส
- เข็มที่ 2 28,228,247 โดส
- เข็มที่ 3 4,080,104 โดส

วัคซีน Sinopharm
- เข็มที่ 1 7,512,890 โดส
- เข็มที่ 2 7,187,525 โดส
- เข็มที่ 3 0 โดส

วัคซีน Pfizer
- เข็มที่ 1 7,514,913 โดส
- เข็มที่ 2 8,848,891 โดส
- เข็มที่ 3 7,944,987 โดส

วัคซีน Moderna
- เข็มที่ 1 692,958 โดส
- เข็มที่ 2 754,825 โดส
- เข็มที่ 3 2,109,380 โดส

4. การฉีดวัคซีนโควิด-19 แยกตามกลุ่มเป้าหมาย
- บุคลากรการแพทย์/สาธารณสุข เข็มที่1 114.2% เข็มที่2 112% เข็มที่3 98%
- อสม เข็มที่1 79.9% เข็มที่2 78% เข็มที่3 37.9%
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค เข็มที่1 105.7% เข็มที่2 100.4% เข็มที่3 31.2%
- ประชาชนทั่วไป เข็มที่1 88.6% เข็มที่2 81.4% เข็มที่3 24.5%
- ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เข็มที่1 65.9% เข็มที่2 61.5% เข็มที่3 17.2%
- นักเรียน/นักศึกษา อายุ 12-17 ปี เข็มที่1 71.7% เข็มที่2 69.2% เข็มที่3 0%
รวม เข็มที่1 75.2% เข็มที่2 69.9% เข็มที่3 20.3%

5. 10 จังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ครอบคลุมประชากรสูงที่สุด
1. กรุงเทพมหานคร เข็มที่1 111.7% เข็มที่2 103.3%
2. ภูเก็ต เข็มที่1 89.6% เข็มที่2 86.9%
3. ปทุมธานี เข็มที่1 86.8% เข็มที่2 81.8%
4. ระนอง เข็มที่1 83.1% เข็มที่2 79.3%
5. สมุทรปราการ เข็มที่1 90.7% เข็มที่2 79.3%
6. ระยอง เข็มที่1 82.7% เข็มที่2 79%
7. ชลบุรี เข็มที่1 81.7% เข็มที่2 77.9%
8. นนทบุรี เข็มที่1 81.2% เข็มที่2 77.7%
9. พังงา เข็มที่1 77.9% เข็มที่2 75.8%
10. นครปฐม เข็มที่1 75.8% เข็มที่2 75.1%

10 จังหวัดที่มีการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ครอบคลุมประชากรต่ำที่สุด
1. แม่ฮ่องสอน เข็มที่1 56.3% เข็มที่2 43.5%
2. นราธิวาส เข็มที่1 55.1% เข็มที่2 44.4%
3. ปัตตานี เข็มที่1 55.9% เข็มที่2 45%
4. ตาก เข็มที่1 56.9% เข็มที่2 47.6%
5. ยะลา เข็มที่1 62.3% เข็มที่2 52.1%
6. กาญจนบุรี เข็มที่1 56.2% เข็มที่2 53.3%
7. ลพบุรี เข็มที่1 57.7% เข็มที่2 53.7%
8. บึงกาฬ เข็มที่1 62.7% เข็มที่2 54.7%
9. หนองบัวลำภู เข็มที่1 62.1% เข็มที่2 56.1%
10. สกลนคร เข็มที่1 64.1% เข็มที่2 56.6%

4. ในภูมิภาคอาเซียน ได้ฉีดวัคซีนแล้วครบ 10 ประเทศ รวมจำนวน 899,869,084 โดส ได้แก่
1. อินโดนีเซีย จำนวน 316,930,713 โดส (66.9%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, AstraZeneca, Moderna และ Sinopharm
2. เวียดนาม จำนวน 180,366,266 โดส (81%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Sinopharm
3. ฟิลิปปินส์ 126,164,109 โดส (54.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinovac, Pfizer, Sputnik V, Moderna, J&J และ AstraZeneca
4. ไทย จำนวน 115,053,572 โดส (79%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Sinovac, AstraZeneca และ Sinopharm
5. มาเลเซีย จำนวน 63,466,293 โดส (79.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, AstraZeneca และ Sinovac
6. พม่า จำนวน 40,953,452 โดส (40.4%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
7. กัมพูชา จำนวน 34,174,468 โดส (84.9%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, AstraZeneca, J&J และ Sinovac
8. สิงคโปร์ จำนวน 12,684,264 โดส (91%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Pfizer, Moderna และ Sinovac
9. ลาว จำนวน 8,804,533 โดส (64.3%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ Sinopharm, Sputnik V, Pfizer, J&J, Sinovac และ AstraZeneca
10. บรูไน จำนวน 965,131 โดส (94.8%* ของประชากร) ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca และ Sinopharm
* คำนวณจากจำนวนฉีด/จำนวนประชากร อย่างน้อย 1 เข็ม

5. จำนวนการฉีดวัคซีนแยกตามภูมิภาค
1. เอเชียและตะวันออกกลาง 69.60%
2. ยุโรป 10.39%
3. อเมริกาเหนือ 8.79%
4. ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 7.09%
5. แอฟริกา 3.53%
6. โอเชียเนีย 0.61%

6. ประเทศที่ฉีดวัคซีนแล้วมากที่สุด 5 ประเทศลำดับแรกที่ฉีดวัคซีนมากกว่า 100 ล้านโดส รวมกันเกือบ 70% ของปริมาณการฉีดวัคซีนทั่วโลก
1. จีน จำนวน 2,994.16 ล้านโดส (211.7% ของจำนวนโดสที่ฉีดต่อประชากร)
2. อินเดีย จำนวน 1,702.68 ล้านโดส (123.5%)
3. สหรัฐอเมริกา จำนวน 538.83 ล้านโดส (160.7%)
4. บราซิล จำนวน 361.17 ล้านโดส (170.6%)
5. อินโดนีเซีย จำนวน 316.93 ล้านโดส (114.9%)

7. ประเทศที่ฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรมากที่สุด มี 10 ประเทศที่ฉีดวัคซีนให้กับประชากรอย่างน้อย 25% แล้ว ได้แก่ (เฉพาะประเทศที่มีประชากรมากกว่า 500,000 คน)
1. คิวบา (300.6%) (ฉีดวัคซีนของ Abdala และ Soberana02)
2. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (253.5%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaleya)
3. ชิลี (239.5%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, CanSino, Pfizer/BioNTech และ Sinovac)
4. บาห์เรน (227.9%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech, Sinopharm และ Gamaley)
5. เดนมาร์ก (224.4%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ J&J)
6. เกาหลีใต้ (223.7%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech J&J AstraZeneca/Oxford และ Moderna)
7. มัลดีฟส์ (219.4%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford, Pfizer/BioNTech และ Sinopharm)
8. บรูไน (218.9%) (ฉีดวัคซีนของ AstraZeneca/Oxford และ Sinopharm)
9. สิงคโปร์ (215.4%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer/BioNTech Moderna และ Sinovac)
10. กาตาร์ (215.5%) (ฉีดวัคซีนของ Pfizer และ Moderma)

แหล่งข้อมูล Bloomberg Vaccine Tracker, กระทรวงสาธารณสุข

Powered by MakeWebEasy.com