“ฉะเชิงเทรา” ฟื้นการท่องเที่ยวยกโมเดล “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ได้สุขภาพได้ความสุข นำร่องสองเส้นทาง “บางปะกอก บางคล้า” มาเป็นคู่ 11-13 กันยายนนี้ จองให้ไวแล้วไปเที่ยวให้สุขภาพดีไปด้วยกัน

Last updated: 5 ก.ย. 2565  |  95 จำนวนผู้เข้าชม  | 

“ฉะเชิงเทรา” ฟื้นการท่องเที่ยวยกโมเดล “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ” ได้สุขภาพได้ความสุข นำร่องสองเส้นทาง “บางปะกอก บางคล้า” มาเป็นคู่ 11-13 กันยายนนี้ จองให้ไวแล้วไปเที่ยวให้สุขภาพดีไปด้วยกัน

จังหวัดฉะเชิงเทราแถลงข่าวจัดกิจกรรม “ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) ระหว่างวันที่ 11 -13 กันยายน 2565 Balance Body for Sound Mind Chachoengsao Wellness Tour รองรับนักท่องเที่ยวไทย-ต่างประเทศ รุ่นใหญ่อายุ 55 อัพ กับทริปการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 3 วัน 2คืน Route 1 บาลานซ์ บอดี้แอนด์มายด์ @ บางปะกอก เที่ยวอย่างสุขใจ ศูนย์ศึกษาพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เรนโบว์อโรคยารีสอร์ท หอธรรมพระบารมี แสนภูดาษ เฮลท์คลับ แอนด์ทรีดเม้นท์ Route 2 ดีท๊อกซ์ บอดี้แอนด์มายด์ ใกล้ธารา บางคล้า เส้นทาง Blue Ozone Resort อุทธยานพระพิฆเนศองค์ยืน Dhiva Resort กรีนวิลล์ฟาร์มคาเฟ่ จัดโดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา  


นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเปิดเผยว่า

“จังหวัดฉะเชิงเทรานั้นมีของดีมากมาย หลากหลายทั้งประเพณี วัฒนธรรมประวัติศาสตร์ อาหารการกิน ผลไม้มีรสชาติหอมหวานอร่อย และธรรมชาติที่สวยงาม อันนี้เป็นแค่ปัจจัยภายนอกเป็นความสุขแค่ชั่วคราว วันนี้ฉะเชิงเทราจะเอาความสุขแบบยั่งยืนมาให้ทุกคน จัดโครงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพขึ้น ใครมาเที่ยวและเข้าโครงการเรา ก็จะทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงสภาพจิตใจที่แจ่มใส ซึ่งเป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ถ้าประสบความสำเร็จก็จะขยายผลไปทั่วประเทศเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง”


“เป็นการโปรโมตของดีและการท่องเที่ยวของฉะเชิงเทรา เพราะก่อนโควิดเรามีนักท่องเที่ยวเกือบ 3 ล้านคนเงินสะพัดหลายพันล้านบาท แต่ 3 ปีนี้คนซบเซาเศรษฐกิจตกต่ำเราก็เตรียมความพร้อมเมื่อสถานะการณ์โควิดดีขึ้น เราจึงจัดโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้เศรษฐกิจฉะเชิงเทรากลับมาฟื้นฟูเหมือนดิมและฉะเชิงเทราเป็น1ในเมือง 3 จังหวัด EEC ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทราก็จะมีคนมาเที่ยว มาลงทุนและมาอยู่อาศัย พยายามทำให้สภาพแวดล้อมและอาหารการกินความเป็นอยู่ก็เพื่อให้สุขภาพอนามัยและสภาพจิตใจของคนที่มาอยู่มาลงทุนให้มีร่างกายที่แข็งแรงและมีจิตใจที่แจ่มใส”


“ ผมกล้ายืนยันว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวและเป็นความสุขแบบยั่งยืนจริงๆ 11-13กันยายน 2535 ระยะเวลา 3 วันสองคืนท่านจะได้พบกับธรรมชาติที่สวยงาม อาหารการกินเพื่อสุขภาพเป็นออแกนิกและแหล่งท่องเที่ยวที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพอนามัยและมีการนั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจเพื่อสภาพจิตใจที่เข้มแข็งผมเชื่อว่าโครงการนี้ไม่เหมือน การท่องเที่ยวแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวสถานบันเทิง เป็นความสุขแบบชั่วเดี๋ยวชั่วด๊าวและอาจจะทำลายสุขภาพด้วยซ้ำแต่โครงการนี้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านใช้กระตุ้นเศรษฐกิจสุดท้ายทำให้คนที่มาท่องเที่ยวมาเข้าโครงการของเราสุขภาพร่างกายแข็งแรงมีจิตใจสมบูรณ์”


ด้านนายสุฤกษ์ ศิลปะอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทราเปิดเผยว่า


“เราได้เตรียมตัวกันมาเป็นอย่างดีผู้ว่าราชการจังหวัดได้เตรียมเส้นทางการท่องเที่ยว 6 เส้นทางเป็นวันเดย์ทริป หรือพักค้างคืนเที่ยว 2 วัน และที่พิเศษคือเรามีเส้นทางใหม่ท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ เราอยากให้เป็นทางเลือกของทุกคนที่รักสุขภาพทั้งกายและจิตใจ ได้มาพักค้างที่ฉะเชิงเทราอีกสักหนึ่งแห่ง ได้ท่องเที่ยวและรู้จักบริบทของฉะเชิงเทราอย่างลึกซึ้ง และได้พักค้างคืนที่เงียบสงบริมแม่น้ำบางปะกง ใช้บริการทางด้านสุขภาพเพื่อพัฒนาร่างกายและจิต โดยโครงการนี้เริ่มวันที่ 11-13 กันยายน 2565 โดยการรับสมัครผ่านช่องทางเพจและเฟสบุ๊คของสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งกำลังเปิดรับสมัครอยู่ในขณะนี้ เงื่อนไขคือขอให้อายุ 55 ปีขึ้นไป มากันเป็นคู่ ถ้ามาเดี่ยวก็ต้องเป็นเพื่อนร่วมงาน เป็นผู้ที่อยู่ในองค์กรเดียวกันเพื่อที่จะดูแลซึ่งกันและกันมาเจอกันวัน 11 กันยายน 2565 ที่ศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา และออกเดินทางไปที่ศูนย์ศึกษาเขาหินซ้อน จากนั้นไปเรนโบว์อโรคยา 
โปรแกรมดีท๊อกซ์เพื่อสุขภาพ ไปหอธรรมพระบารมี ไป แสนภูดาษ เฮลท์คลับ แอ่นทรีทเม้นท์ กับบรรยากาศการเลี้ยงต้อนรับ รับประทานอาหารคลีน พักค้าง 1 คืน ตื่นเช้าไปที่กรีนด์วิลล์ ฟาร์มคาเฟ่ หลังจากนั้นไปที่อุทยานพระพิฆเนศองค์ยืน หลังจากนั้นไปรีวารีสอร์ท กลับมาที่พักวันรุ่งขึ้นไปนมัสการหลวงพ่อโสธรและกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ อาหารที่พักกิจกรรมทุกอย่างดูแลใกล้ชิดโดยคุณหมอผู้เชี่ยวชาญ มีการให้ความรู้ตลอดเส้นทาง ซึ่งทางจังหวัดจัดขึ้นด้วยความประณีต”


รศ.ดร.กำพล ศรีวัฒนกุล ประธานกฏบัตรสุขภาพและผู้เชี่ยวชาญทางศาสตร์ชะลอวัยและแพทย์ทางเลือกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลเปิดเผยว่า

“โครงการนี้เราได้เริ่มต้นมาเป็นเวลา 2 ปีเศษแล้ว โดยเริ่มต้นมาจากการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ อันดามัน ภูเก็ต พังงา สมุย ปัจจุบันมาที่อีสาน อุดร หนองคาย ขอนแก่น โคราช เพิ่งกลับมาจากการประชุมภาคเหนือล้านนาทัวร์ลิซึ่ม ในวันนี้อยากจะได้ขับเคลื่อนในภาคกลางโดยจะเน้นจังหวัดที่อยู่รอบนอกของกรุงเทพฯ พบว่าฉะเชิงเทรามีประโยชน์สูงสุดในการเป็นชุมชนแห่งความสุขสำหรับผู้สูงอายุ ในปัจจุบัน ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว เรามีโครงการความร่วมมือกับประเทศญี่ปุ่นที่จะเชิญผู้สูงอายุของเขามาพักอาศัยในประเทศไทย จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความเหมาะสม อยากให้ประชาชนคนไทยตระหนักคำว่า Wellness อยากให้สังคมที่มีความสุข อยากเห็นผู้สูงอายุแบบผมยังสามารถช่วยเหลือสังคมไทยให้สามารถพัฒนาต่อยอดก็เลยเอาความรู้ที่มี มาช่วยส่งเสริมการแพทย์แผนไทย การแพทย์ทางเลือกและการแพทย์ทันสมัยต่างๆ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ชุมชนควรได้ประโยชน์ ผมมีความรู้สึกอย่างแรงกล้าว่าเราอยากจะเห็นคนรุ่นใหม่ทำธุรกิจดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ เพราะเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญ นอกจากจะทำรายได้ให้กับองค์กร ประเทศและส่วนรวมแล้ว เรายังสามารถเอาองค์ความรู้ไปดูแลพ่อแม่ ปู่ย่า ตายายของเราได้ ฉะเชิงเทราถือว่ามีความพร้อมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย”

 



เพราะโควิด-19 มากดปุ่มหยุดความสุขของใครหลายๆ คนให้หยุดชะงัก เมื่อเปิดประเทศ เปิดการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ กับโปรแกรมความสุขแบบฟื้นฟู การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเส้นทางแห่งความสุข เส้นทางแห่งสุขภาพ เริ่มต้นที่ฉะเชิงเทรา เป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ต้องบอกต่อให้กับเพื่อนพ้อง น้องพี่ที่อยู่ในเมืองไทยและต่างประเทศ ให้เดินทางมารับความสุขแบบสุขภาพดีไปด้วยกัน

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้