THAIFEX 2022 ดึงผู้ประกอบการไทย-เทศร่วมงานคับคั่ง กระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม สู้วิกฤตโควิด

Last updated: 28 พ.ค. 2565  |  94 จำนวนผู้เข้าชม  | 

THAIFEX 2022 ดึงผู้ประกอบการไทย-เทศร่วมงานคับคั่ง  กระตุ้นเศรษฐกิจภาพรวม สู้วิกฤตโควิด



นายสนั่น  อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้ร่วมมือกับ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และโคโลญเมสเซ่ เยอรมนี จัดงาน THAIFEX ANUGA ASIA 2022 “The Hybrid Edition” งานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่และครบวงจรที่สุดแห่งเอเชีย ระหว่างวันที่ 24-28 พฤษภาคมนี้ โดยจะมีผู้ประกอบการจากประเทศต่าง ๆ มาร่วมเจรจาธุรกิจทั้งแบบ On Ground Trade Show และ Virtual Trade Show ซึ่งในส่วนของ On Ground จัดขึ้นที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี และเป็นการเจรจาการค้าทั้ง 5 วัน แต่จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมและซื้อสินค้าได้ในวันสุดท้ายของการจัดงาน

สำหรับสินค้าที่นำมาจัดแสดง แบ่งออกเป็น 11 โซนสินค้า ประกอบด้วย สินค้าอาหารทุกประเภท อาหารทะเล อาหารแช่แข็ง ข้าว ผักและผลไม้ ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ชาและกาแฟ เครื่องมือ/เครื่องใช้/อุปกรณ์ รวมถึงบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม นอกจากนี้ ยังมีโซนพิเศษสำหรับจัดแสดงสินค้าในกลุ่มฮาลาลและออแกนิกส์ ภายในงานยังมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น นิทรรศการประชาสัมพันธ์สินค้าผลไม้ภาคตะวันออกของไทย และกิจกรรมส่งเสริมการขายสินค้าผลไม้ศักยภาพของไทย อาทิ ทุเรียน มังคุด โดยมีกิจกรรมให้บริการสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) กับเกษตรกรผู้ผลิตโดยตรง รวมทั้ง กิจกรรมจัดแสดงสินค้าแห่งอนาคต (Future Food) ของผู้ประกอบการไทย ที่เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดโลก


ในส่วนของ Virtual Trade Show ซึ่งเป็นการจัดงานแสดงสินค้าอาหารเสมือนจริง จะจัดผ่านแพลตฟอร์ม www.thaifex-vts.com ซึ่งนับเป็นงาน Virtual ที่ผู้ชมงานสามารถเข้าไปเลือกประเภทสินค้าที่สนใจ ชมคูหา วิดีโอ และแคตตาล็อกสินค้าได้แบบ 3 มิติ รวมถึงเข้าไปเจรจาการค้าทาง VDO Call สามารถ chat หรือฝากข้อความได้ และยังมีกิจกรรม Live Streaming นำเสนอเสมือนจริงสำหรับผู้แสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์นวัตกรรม รวมถึงสตาร์ตอัพต่าง ๆ

การจัดงานในปีนี้มีผู้ประกอบการเข้าร่วมแสดงสินค้า 1,603 ราย เป็นผู้ประกอบการไทย 722 ราย (เป็น SMEs มากกว่า 400 ราย) ผู้ประกอบการต่างชาติ 881 ราย และ Pavilion ต่างชาติอีก 16 ประเทศ ได้แก่ บราซิล อินโดนีเซีย อิตาลี ญี่ปุ่น ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ นอร์เวย์ เปรู โปแลนด์ สิงค์โปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ตุรกี สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม ส่วนผู้ชมงานจากต่างประเทศคาดว่าจะมาจากเอเชีย สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 75,000 ราย


ทั้งนี้ ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกอาหาร อันดับที่ 13 ของโลก มีส่วนแบ่งอาหารของไทยในตลาด โลกอยู่ที่ 2.30% และเป็นอันดับ 4 ของเอเชียรองจากประเทศจีน อินโดนีเซีย และอินเดีย โดยสัดส่วน GDP อาหาร ต่อ GDP ของประเทศ อยู่ที่ 5.5% ซึ่งงาน THAIFEX ถือเป็นเวทีที่ช่วยให้ผู้ประกอบการได้มีการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ สร้างโอกาสและนำสินค้าไปสู่ตลาด รวมถึงได้ทดสอบตลาดจากผู้ซื้อที่มีศักยภาพ เพื่อนำมาพัฒนาสินค้าและบริการ เพิ่มนวัตกรรมให้ตอบโจทย์ลูกค้ายิ่งขึ้น จึงเป็นงานที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเป็นอย่างมาก

นายสนั่น กล่าวเพิ่มเติมว่า เทรนด์อาหารยุคใหม่ คือการใส่ใจเรื่องของสุขภาพของคน รวมทั้งการผลิตสินค้าและบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเรื่องของ Food Safety, Food Security เรื่องการตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน ไปจนถึงการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืน เช่น การลดขยะหรือการสูญเสียจากการผลิตอาหาร โดยมีการพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ การปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาดและความต้องการของผู้บริโภค อาทิ การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาคุณภาพสินค้า รักษาสิ่งแวดล้อม สะดวกต่อการขนส่ง มีความปลอดภัย และสร้างความมั่นใจเรื่องของการปลอดเชื้อให้แก่ผู้บริโภคได้ นอกจากนั้น สิ่งที่น่าสนใจอีกประการหนึ่ง คือ โอกาสและแนวโน้มของอาหารสัตว์ ซึ่งขณะนี้เติบโตเพิ่มขึ้นมาก ๆ เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการด้านอาหารไม่ควรมองข้าม เพราะจะสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจ ต่อยอดให้เกิดมูลค่าทางการค้าได้อีกมหาศาล ซึ่งผู้ชมงานจะสามารถเรียนรู้แนวโน้มต่าง ๆ เหล่านี้ได้จากการจัดแสดงภายในงานอีกด้วย

สำหรับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่ หรือ Startup โดยเฉพาะสินค้ากลุ่ม Future Food ซึ่งเป็นสินค้าเรือธงกลุ่มใหม่ของไทย ยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการเปิดพื้นที่พิเศษที่ Hall10 จัดแสดง Showcase และกิจกรรมส่งเสริมความรู้และประสบการณ์การบริโภค Future Food ที่เป็นนวัตกรรม เช่น Plant Based Meat อาหารจากแมลง อาหารที่มีส่วนผสมของกัญชง กัญชา กระท่อม เครื่องดื่ม Probiotic เป็นต้น

“สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา กระทบกับภาพรวมทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ทุกภาคส่วนจึงมุ่งหวังอยากให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวโดยเร็ว ซึ่งงานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX–ANUGA ASIA จะเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ สามารถสร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้ ก่อให้เกิดมูลค่าแก่ระบบเศรษฐกิจในภาพรวมได้อย่างมาก ซึ่งคณะผู้จัดงานฯ มีความพร้อมในการอำนวยความสะดวกและต้อนรับผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน อีกทั้งยังคำนึงถึงความปลอดภัยในสุขภาพและสุขอนามัยของทุกคน โดยดำเนินการตามมาตรการในการจัดงานฯ อย่างเคร่งครัด ซึ่งเชื่อได้ว่าการกลับมาของงานในครั้งนี้ จะสร้างความประทับใจให้แก่ทุกท่านอย่างแน่นอน” นายสนั่น กล่าวทิ้งท้าย


Powered by MakeWebEasy.com